http://library.sk.ac.th >>    Wednesday, 28 June 2017
หน้าแรก arrow วันแห่งความรัก

วันสำคัญ
วันขึ้นปีใหม่
วันเด็ก
วันครู
วันกองทัพไทย
วันนักประดิษฐ์
วันแห่งความรัก
วันศิลปินแห่งชาติ
วันข้าราชการพลเรือน
วันจักรี
วันสงกรานต์
วันแรงงาน
วันฉัตรมงคล
วันลอยกระทง
วันทหารผ่านศึก
วันอนุรักษ์มรดกโลก
วันอนามัยโลก
วันโรคเอดส์โลก
วันสุนทรภู่
วันมหิดล
วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ PDF พิมพ์ ส่งเมล



          วันที่14 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ และเป็นวันแห่งความรักที่หนุ่มสาวทั่วโลกจะแสดงความรัก โดยการส่งดอกไม้ การ์ดที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปหัวใจสีแดง มีคำอวยพรที่เกี่ยวข้องกับความรักและมอบของขวัญให้กัน วันแห่งความรักไม่ได้เป็นวันแสดงความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่หมายถึงใครก็ได้ที่มีความรักให้กับผู้อื่น ดังนั้นวันวาเลนไทน์จึงถูกเหมารวมให้เป็นตัวแทนของ ความรักในหมู่ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือแม้แต่คนใกล้ชิด โดยไม่จำกัด อายุและวัย


         เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมันในรูปเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยัง หัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม) วีนัสอิจฉา "ไซกี"ธิดาของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่กำลังแรกรุ่นและสวยกว่าวีนัสมาก นางเลยส่งคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่คิวปิดแอบหลงรักไซกีและพามาที่วัง และแอบมาหาในตอนกลางคืน เพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนอิจฉายุให้ไซกีแอบดูตอนคิวปิดนอนหลับ ด้วยความตื่นเต้นที่เห็นคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงาม แลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่คิวปิด เมื่อคิวปิด ตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำสั่งจึงทิ้งนางไป เมื่อโดนทิ้งไปไซกีก็ออกตามหาคิวปิด ซึ่งตลอดเวลาไซกีถูก นางวีนัสกลั่นแกล้งต่างๆนานา จนคิวปิดต้อง เข้ามาช่วย เทพเจ้าจูปิเตอร์เห็นใจช่วยให้ทั้งสองครองรักกัน


        วันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก เริ่มต้นขึ้นจากวันเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึงคริสเตียน 2 คน ที่เสียสละเพื่อมนุษย์ ชื่อ วาเลนไทน์ (Valentine) แต่ประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวันนี้ไม่ได้เกี่ยวพันกับนักบุญเหล่านี้ ประเพณีที่บางทีมาจาก ประเพณีโรมันโบราณที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia ) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นการบูชาเทพธิดาจูโน ซึ่งชาวโรมันถือว่าเป็นเทพธิดาแห่งสตรีและการแต่งงาน และเทพบุตรแพน ซึ่งเป็นเทพบุตรแห่งธรรมชาติ ชาวโรมันฉลองวันลูเปอร์คาเลียเป็น ประเพณีแห่งความรักของหนุ่มสาว ชายหนุ่มและหญิงสาวจะเลือกคู่สำหรับ ประเพณีนี้โดย การเขียนชื่อตนใส่กล่องและจับฉลาก เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรัก และปกติเขาจะคงติดต่อสัมพันธ์กัน เป็นเวลานานหลังจากประเพณีนี้ผ่านไปแล้ว หลายคู่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน หลังจากที่ความเป็นคริสเตียน แพร่หลายออกไปในหมู่ของชาวโรมัน ผู้ที่นับถือศาสนาแล้ว พยายามให้วันนี้มีความสำคัญ ทางศาสนามากขึ้น ดังนั้นในปี ค.ศ. 496 สันตปาปาเกลาซิอุสได้เปลี่ยนวันฉลองเทศกาลลูเปอร์คาเลียจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มาเป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่ความหมายในความรู้สึกเดิมว่าเป็นวันแห่งความรักยังมีอยู่ตามเดิมจนถึงปัจจุบัน

       อย่างไรก็ดี นักประวัติศาสตร์ยังเห็น ไม่ตรงกันว่าใครคือนักบุญวาเลนไทน์ที่แท้จริง เพราะมีนักบุญชื่อว่าวาเลนไทน์ 2 องค์ องค์แรกเป็นพระมีชีวิตอยู่ในกรุงโรม ระหว่าง ค.ศ. 200 ในสมัยของจักรพรรดิ์คลอดิอุสที่ 2 ปกครองอาณาจักร แต่ชาวโรมันไดจับนักบุญนี้ไปขังคุกในฐานที่ช่วยชีวืตนักโทษประหารที่เป็นชาวคริสต์ และยังเชื่อว่านักบุญผู้นี้ช่วยรักษาหญิงสาวตาบอดลูกผู้คุมนักโทษให้หายได้ ต่อประมาณ ค.ศ. 270 ชาวโรมันได้ตัดหัวนักบุญผู้นี้ที่เขาพาลาตน ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สถิตย์ของเทพบุตรจูโน และอีกหลายปีต่อมาชาวคริสต์ได้ตั้งชื่อประตูในกรุงโรมแห่งหนึ่งว่า ปอร์โต วาเลนตินี ตามชื่อนักบุญ วาเลนไทน์ และต่อมาประตูแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ปอร์โต เดล โปโปโล สำหรับกระดูกของนักบุญวาเลนไทน์ได้นำไปฝังไว้ที่โบสถ์ เซนต์ปาเซเดส ในกรุงโรม

       นักบุญวาเลนไทน์อีกองค์หนึ่ง เป็นพระตำแหน่งบิชอบ (พระราชาคณะ) แห่งเมืองอินเทอรัมนา ซึ่งเดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเทอร์นี อยู่ห่างจากกรุงโรมออกไปประมาณ 60 ไมล์ บางคนเชื่อว่านักบุญองค์ที่สองนี้ ถูกประหารชีวิตเช่นเดียวกัน เนื่องจากพยายามไปเปลี่ยนครอบครัว ชาวโรมันครอบครัวหนึ่ง ให้เป็นคริสเตียน และถูกประหารชีวิตโดยการตัดหัวราว ๆ ค.ศ.273

      นักประวัติศาสตร์ไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับ การฉลองวันวาเลนไทน์ในยุคแรก ๆ แต่มีหนังสือที่นักเขียนชาวอังกฤษชื่อ จอห์น แบรนต์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1877 เขียนไว้ว่า ชาวอังกฤษ ได้เริ่มฉลองวันวาเลนไทน์กันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1446 ในสมัยนั้นเด็กหนุ่มจะเลือกคนรัก หรือ "วาเลนไทน์" โดยเขียนชื่อใส่กระดาษแผ่นเล็ก ๆ และม้วนใส่แจกันไว้ และถ้าจับฉลากได้ใครคนนั้นจะเป็นคนรักทันที

     ประวัติของการฉลองวันวาเลนไทน์ ราวๆ ปี ค.ศ. 1700 ได้อธิบายให้ทราบว่า มีกลุ่มหนุ่มสาวไปพบกันที่บ้านผู้ดีในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และจะมีการจับฉลากชื่อหญิงที่ตนรัก เมื่อจับฉลากมาได้แล้วจะติดกระดาษที่มีชื่อผู้หญิงนั้นไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหลายวัน

     ด้วยเหตุนี้เองจึงมีสำนวนภาษาอังกฤษว่า " He wears his heart on his sleeve" ซึ่งหมายความว่า "เป็นคนรักใครไม่เลือก" ซึ่งคงจะมาจากประเพณีอันนี้ ชายหนุ่มมักจะให้ของขวัญแก่ คนรัก ของตนเองในวันวาเลนไทน์ บางแห่งจะให้ถุงมือเป็นของขวัญแก่หญิงสาว ส่วนในครอบครัวที่ร่ำรวย พวกผู้ชายจะจัดงานเต้นรำเพื่อเป็นเกียรติแก่คนรักของตน ประเพณีนีได้แปรเปลี่ยนไป ในระยะต่อมา และมีการส่งบัตรอวยพร วันวาเลนไทน ์แทนการให้ของขวัญราคาแพง

     การฉลองวันวาเลนไทน์ในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มเป็นที่นิยมราว ๆ ปี ค.ศ.1800 ในช่วงสงครามกลางเมือง นักเขียนผู้หนึ่งได้เขียนไว้เมื่อปี ค.ศ.1863 ว่า "ที่จริงแล้วนอกเหนือจาก วันคริสต์มาส ไม่มีพิธีเฉลิมฉลองใด ยิ่งใหญ่ไปกว่าวันวาเลนไทน์" เนื่องในวันนี้ได้มีการส่งบัตรวาเลนไทน ์ซึ่งเป็นภาพวาดและระบายสี ด้วยมือ มักเป็นรูปกามเทพ "คิวปิด" ร่างอ้วนน่ารักยิงธนูทะลุหัวใจ บางบัตรมีรูปหัวใจสีแดงทำด้วยริบบิ้น และมีพู่ ลูกไม้ประดับรอบ ๆ หรือมีขนนก มุก พู่ปักดิน พลอยเทียม เปลือกหอย ดอกไม้แห้ง ลูกปัด และสิ่งสวยงาม อย่างอื่นประดับเป็นภาพบนบัตรวาเลนไทน์

Copyright © 2006 by Suankularb Wittayalai School Library, All right reserved.
เว็บไซต์นี้ควรชมด้วยโปรแกรม Internet Explorer 5.5 ขึ้นไป และชมด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาด 1024x768 มากที่สุด
อาคารศาลาพระเสด็จ 88 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 02-222-6701, 02-222-4196 ต่อ 401
Top!